ถูกชักปืนจ่อหน้า ถ้าเรายิงสวน สมควรแก่เหตุหรือไม่ ?


Loading...

กรณีที่คนร้ายชักอาวุธปืนเล็งมาที่เรา  ตามกฏหมายถือว่าเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึง ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวจากภยันตรายดังกล่าวได้ทันทีครับ ดังนั้นการที่เราชักอาวุธปืนยิงสวนไปจนคนร้ายถึงแก่ความตาย จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมาย ตามมาตรา ๖๘

   แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและพบว่า อาวุธของคนร้ายเป็นเพียงปืนปลอมหรือปืนจริง แล้วจะอ้างเหตุป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายได้หรือไม่

    ในเรื่องนี้ มาตรา ๖๒ แห่งประมวลกฏหมายอาญาบัญญัติว่า "ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือ หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับการยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี.."



  - คำว่าข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริง หมายถึงเหตุการณ์ใดๆหรือสิ่งใดๆที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำของเราไม่เป็นความผิด แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นไม่มีอยู่จริง แต่เราสำคัญผิดว่าข้อเท็จจริงอันจะอ้างเหตุป้องกันได้นั้นมีอยู่จริง กฏหมายก็ยังถือว่าผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับการยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณีอยู่ดีครับ

กรณีเราเห็นคนร้ายถือปืนอยู่เล็งมาที่เรา ต้องถือว่ามีภัยอันตรายอันใกล้จะถึงแล้ว เพราะการที่คนร้ายถืออาวุธปืนเล็งมาที่เรา การที่เรายิงไปย่อมถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายแล้วครับ

      แม้ต่อมาปรากฏว่าปืนที่คนร้ายถือมาจะเป็นปืนปลอมก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่เข้าใจว่าคนร้ายน่าจะถือปืนจริงมา จึงถือว่าเราสำคัญผิดว่าปืนที่คนร้ายถือมาเป็นปืนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นปืนปลอม

     ดังนั้นการที่คนร้ายถือปืนเล็งมาที่เรา และปืนโดยทั่วไปแล้วเป็นอาวุธอันตราย จึงถือว่าการกระทำของคนร้ายดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทำให้เราสามารถอ้างเหตุป้องกันได้ แต่มันไม่มีอยู่จริง เพราะปืนปลอมไม่สามารถก่อภยันตรายใดๆกับเราได้ แต่เราสำคัญผิดคิดว่าปืนดังกล่าวเป็นปืนจริง  
การที่เราใช้ปืนเรายิงคนร้ายเพราะเข้าใจว่าคนร้ายจะยิงเรานั้น แม้เป็นปืนปลอมก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายอยู่ดีครับ



ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5758/2537

ผู้ตายกับพวกถือสิ่งของคล้ายอาวุธปืนเดินเข้ามาหาจำเลยในเขตนากุ้งของจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยร้องห้ามให้วางสิ่งของดังกล่าว แล้วผู้ตายกับพวกกลับจู่โจมเข้ามาใกล้ประมาณ 2-3 เมตรย่อมมีเหตุให้จำเลยอยู่ในภาวะเข้าใจได้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้ามาทำร้ายและถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงไปทางผู้ตายกับพวกในภาวะและพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ จำเลยนำอาวุธปืนของกลางซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีไว้ในครอบครองติดตัวไปเฝ้านากุ้งของจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ถือว่าเป็นการพาไปโดยมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ วรรคสอง แม้จำเลยมิได้ฎีกาความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นมาพิจารณาวินิจฉัยได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : pantip.com